Mเมดดี้Medee

BMI คนเอเชียใช้เกณฑ์ 23 ไม่ใช่ 25 และทำไมรอบเอวบอกอะไรได้มากกว่าน้ำหนัก

ผู้หญิงยืนวัดรอบเอวด้วยสายวัดที่บ้าน

มีคนไข้คนหนึ่งเอาผลตรวจสุขภาพจากคลินิกต่างประเทศมาให้ดู ในใบเขียนว่า BMI 24.2 อยู่ในเกณฑ์ปกติ (normal) แต่พอมาชั่งวัดที่โรงพยาบาลเรา เครื่องกลับพิมพ์ออกมาว่า "น้ำหนักเกิน" ทั้งที่เป็นตัวเลขเดียวกัน คนไข้ถามด้วยสีหน้างงจริงจังว่า "แล้วตกลงผมอ้วนหรือไม่อ้วนครับหมอ" คำตอบคือทั้งสองใบไม่ได้ผิด แต่ใช้ไม้บรรทัดคนละอัน และไม้บรรทัดที่เหมาะกับร่างกายคนไทยคืออันที่เข้มกว่า

ตัวเลขเดียวกัน แต่ความเสี่ยงไม่เท่ากัน

เกณฑ์ BMI ที่คนทั่วโลกคุ้นเคย คือต่ำกว่า 18.5 ผอม, 18.5 ถึง 24.9 ปกติ, 25 ขึ้นไปน้ำหนักเกิน และ 30 ขึ้นไปอ้วน เกณฑ์ชุดนี้สร้างจากข้อมูลประชากรผิวขาวเป็นหลัก ต่อมามีงานวิจัยจำนวนมากในเอเชียพบเรื่องที่น่าตกใจ คือคนเอเชียเริ่มมีเบาหวาน ความดันสูง และไขมันในเลือดผิดปกติ ตั้งแต่ BMI ยังไม่ถึง 25 ด้วยซ้ำ

ในปี 2004 องค์การอนามัยโลกจึงออกเอกสารทบทวนเรื่องนี้โดยเฉพาะ และเสนอ "จุดกระตุ้นการลงมือ" (public health action points) สำหรับประชากรเอเชีย ไว้ที่ BMI 23 และ 27.5 แทนที่จะเป็น 25 และ 30 เหตุผลไม่ใช่เพราะคนเอเชียตัวเล็กกว่า แต่เพราะที่ BMI เท่ากัน คนเอเชียมีไขมันในร่างกายมากกว่าและมีกล้ามเนื้อน้อยกว่า โดยเฉพาะไขมันที่ไปสะสมอยู่ในช่องท้องและรอบอวัยวะภายใน ซึ่งเป็นไขมันชนิดที่ก่อโรคมากที่สุด

เกณฑ์ที่เว็บนี้ใช้และที่กระทรวงสาธารณสุขไทยใช้จึงเป็นแบบนี้

BMI (กก./ม.²)แปลผลสำหรับคนเอเชียถ้าใช้เกณฑ์สากลจะได้ว่า
ต่ำกว่า 18.5น้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์น้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์
18.5 ถึง 22.9อยู่ในเกณฑ์อยู่ในเกณฑ์
23 ถึง 24.9น้ำหนักเกินอยู่ในเกณฑ์
25 ถึง 29.9อ้วนระดับ 1น้ำหนักเกิน
30 ขึ้นไปอ้วนระดับ 2อ้วน

ช่วง 23 ถึง 24.9 คือช่องว่างที่ทำให้คนไข้รายข้างบนสับสน มันคือช่วงที่ใบผลจากต่างประเทศบอกว่าปกติ แต่สำหรับร่างกายคนไทยคือช่วงที่ควรเริ่มระวังแล้ว

BMI คำนวณอย่างไร และทำไมส่วนสูงต้องยกกำลังสอง

BMI คือน้ำหนักเป็นกิโลกรัม หารด้วยส่วนสูงเป็นเมตรยกกำลังสอง เช่น หนัก 70 กิโลกรัม สูง 165 เซนติเมตร คิดเป็น 70 หารด้วย (1.65 × 1.65) เท่ากับ 25.7

ที่ต้องยกกำลังสองเพราะร่างกายคนไม่ได้สูงขึ้นอย่างเดียว แต่กว้างและหนาขึ้นตามส่วนด้วย การหารด้วยส่วนสูงเฉย ๆ จะทำให้คนสูงดูอ้วนเกินจริงเสมอ สูตรนี้เป็นแค่การประมาณ ไม่ได้วัดไขมันตรง ๆ จึงมีข้อจำกัดที่ต้องรู้ต่อไป

ข้อจำกัดของ BMI ที่ต้องรู้ก่อนเชื่อตัวเลข

BMI ไม่รู้จักแยกว่าน้ำหนักที่ชั่งได้มาจากไขมันหรือกล้ามเนื้อ นักกีฬาที่ฝึกหนักหลายคนได้ BMI เกิน 25 ทั้งที่ไขมันในร่างกายต่ำมาก ในทางกลับกัน ผู้สูงอายุที่กล้ามเนื้อฝ่อลงตามวัยอาจได้ BMI สวยงามอยู่ในเกณฑ์ ทั้งที่สัดส่วนไขมันสูงกว่าตอนหนุ่มสาวมาก ภาวะนี้มีชื่อเรียกว่า sarcopenic obesity คืออ้วนแบบกล้ามเนื้อน้อย ซึ่งเสี่ยงหกล้มและเสี่ยงโรคเรื้อรังมากกว่าคนที่ BMI เท่ากันแต่ยังมีกล้ามเนื้อดี

นอกจากนี้ BMI ยังใช้ไม่ได้ตรง ๆ ในคนตั้งครรภ์ คนที่มีอาการบวมน้ำจากโรคหัวใจหรือโรคไต และเด็กกับวัยรุ่นซึ่งต้องเทียบกับกราฟการเจริญเติบโตตามอายุแทน

รอบเอว คือตัวเลขที่ควรวัดคู่กันเสมอ

ถ้าให้เลือกวัดได้อย่างเดียวเพื่อทำนายเบาหวานกับโรคหัวใจ หลายครั้งผมเลือกรอบเอวมากกว่า BMI เหตุผลง่ายมาก คือรอบเอวสะท้อนไขมันในช่องท้องได้ตรงกว่า และไขมันในช่องท้องคือตัวที่ปล่อยสารก่อการอักเสบและทำให้ร่างกายดื้อต่ออินซูลิน

เกณฑ์ที่ใช้ในคนเอเชียคือ ผู้ชายไม่ควรเกิน 90 เซนติเมตร ผู้หญิงไม่ควรเกิน 80 เซนติเมตร ตัวเลขนี้แปลงเป็นนิ้วได้ประมาณ 35.5 นิ้วสำหรับผู้ชาย และ 31.5 นิ้วสำหรับผู้หญิง ขอเน้นว่านี่ไม่ใช่ไซซ์กางเกง เพราะกางเกงมักวัดต่ำกว่าระดับสะดือลงไปมาก

วิธีวัดที่ถูกต้อง ให้ยืนตรง เท้าห่างกันประมาณหนึ่งฝ่ามือ ใช้สายวัดพันรอบเอวที่ระดับสะดือ วางสายให้ขนานกับพื้น ไม่รัดจนเนื้อบุ๋ม แล้ววัดในจังหวะหลังหายใจออกตามปกติ ไม่ใช่ตอนแขม่วท้อง ควรวัดตอนท้องว่างจะได้ค่าที่นิ่งกว่า และวัดซ้ำในเวลาเดียวกันของวันเมื่อจะเปรียบเทียบ

คนที่ BMI ปกติ แต่รอบเอวเกิน คือกลุ่มที่มักถูกมองข้าม

กลุ่มนี้ในทางการแพทย์เรียกกันเล่น ๆ ว่า TOFI ย่อจาก thin outside, fat inside คือดูข้างนอกไม่อ้วน แต่ไขมันไปสะสมในช่องท้องและตับ คนกลุ่มนี้มักไม่ได้รับคำแนะนำอะไรจากการตรวจสุขภาพ เพราะ BMI ผ่าน แต่จริง ๆ แล้วมีความเสี่ยงเบาหวานและไขมันพอกตับสูงกว่าที่ใบผลบอก

ถ้ารอบเอวคุณเกินเกณฑ์ทั้งที่ BMI ยังไม่ถึง 23 ให้ถือว่าตัวเลขรอบเอวสำคัญกว่า และควรไปเจาะน้ำตาลกับไขมันในเลือดตามรอบ ไม่ต้องรอให้น้ำหนักขึ้นก่อน

ลดเท่าไรถึงจะได้ผลจริง

คำถามที่ตามมาเสมอคือ "ต้องลดกี่กิโลครับ" คำตอบที่มีหลักฐานรองรับดีที่สุดคือ ลดน้ำหนักลง 5 ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักปัจจุบัน ก็เห็นผลชัดเจนแล้ว คนหนัก 80 กิโลกรัม ลดลง 4 ถึง 8 กิโลกรัม เพียงพอที่จะทำให้น้ำตาลในเลือด ความดัน และไขมันไตรกลีเซอไรด์ดีขึ้นอย่างวัดได้

ตัวเลขนี้สำคัญเพราะคนไข้จำนวนมากตั้งเป้าไว้ที่ "น้ำหนักตอนอายุยี่สิบ" แล้วล้มเลิกกลางทางเพราะไปไม่ถึง ทั้งที่ประโยชน์ทางสุขภาพส่วนใหญ่เกิดขึ้นตั้งแต่กิโลกรัมแรก ๆ ที่ลดได้ และการรักษาน้ำหนักที่ลดแล้วไม่ให้กลับขึ้นมา มีค่ามากกว่าการลดลงเร็วแล้วเด้งกลับ

งานวิจัยโครงการป้องกันเบาหวานขนาดใหญ่ในสหรัฐอเมริกา (Diabetes Prevention Program) พบว่าการปรับพฤติกรรมเพื่อลดน้ำหนักราว 7 เปอร์เซ็นต์ ร่วมกับการออกกำลังกายสัปดาห์ละ 150 นาที ลดโอกาสเกิดเบาหวานในกลุ่มเสี่ยงได้ประมาณ 58 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งได้ผลดีกว่ายา metformin ในการศึกษาเดียวกัน

สรุปสิ่งที่ควรทำหลังอ่านจบ

  • คำนวณ BMI แล้วอ่านด้วยเกณฑ์คนเอเชีย คือเริ่มระวังตั้งแต่ 23 ไม่ใช่รอถึง 25
  • หาสายวัดมาวัดรอบเอวที่ระดับสะดือ หลังหายใจออก ผู้ชายไม่ควรเกิน 90 ผู้หญิงไม่ควรเกิน 80 เซนติเมตร
  • ถ้าค่าใดค่าหนึ่งเกิน ให้ถือว่าควรเจาะน้ำตาลหลังอดอาหารและตรวจไขมันในเลือดตามรอบ
  • ตั้งเป้าลด 5 ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัวก่อน ไม่ต้องไปถึงน้ำหนักในฝัน
  • ถ้าเป็นนักกีฬา ผู้สูงอายุ คนตั้งครรภ์ หรือคนที่มีอาการบวม ให้ใช้ BMI อย่างระมัดระวังและปรึกษาแพทย์ประกอบ

ทั้งหมดนี้เป็นเครื่องมือคัดกรองเพื่อบอกว่าควรตรวจอะไรต่อ ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค และไม่ควรใช้ตัดสินใจเริ่มยาลดน้ำหนักหรืออดอาหารแบบสุดโต่งด้วยตัวเอง

อ้างอิง

  • WHO Expert Consultation. Appropriate body-mass index for Asian populations and its implications for policy and intervention strategies. Lancet. 2004;363(9403):157-163.
  • Alberti KGMM, Zimmet P, Shaw J; IDF Epidemiology Task Force Consensus Group. The metabolic syndrome: a new worldwide definition. Lancet. 2005;366(9491):1059-1062.
  • Knowler WC, Barrett-Connor E, Fowler SE, et al; Diabetes Prevention Program Research Group. Reduction in the incidence of type 2 diabetes with lifestyle intervention or metformin. N Engl J Med. 2002;346(6):393-403.
  • WHO. Waist circumference and waist-hip ratio: report of a WHO expert consultation. Geneva; 2011.
  • กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. เกณฑ์การประเมินภาวะโภชนาการในผู้ใหญ่ด้วยดัชนีมวลกายและเส้นรอบเอว.

คำนวณของตัวเองได้ที่นี่

บทความที่เกี่ยวข้อง