Mเมดดี้Medee

ค่าในใบผลเลือดของฉันปกติไหม รวมค่าที่คนถามบ่อยที่สุด พร้อมเกณฑ์จริง

มือถือใบผลตรวจเลือดวางบนโต๊ะ ข้างโทรศัพท์มือถือและปากกา

ใบผลตรวจสุขภาพส่วนใหญ่พิมพ์ตัวเลขมาเป็นสิบบรรทัด มีตัวอักษรย่อภาษาอังกฤษเต็มไปหมด แล้วมีดอกจันหรือตัวหนาอยู่บางบรรทัดโดยไม่บอกว่ามันแปลว่าอะไร คนส่วนใหญ่จึงทำสิ่งเดียวกันคือ หยิบมือถือขึ้นมาแล้วพิมพ์ตัวเลขของตัวเองลงไปในช่องค้นหา บทความนี้รวบรวมค่าที่คนถามบ่อยที่สุด พร้อมเกณฑ์ที่ใช้กันจริงในเวชปฏิบัติ เพื่อให้อ่านใบผลของตัวเองรู้เรื่องก่อนไปคุยกับแพทย์

ข้อควรรู้ก่อนอ่านต่อ ค่าปกติของแต่ละห้องปฏิบัติการไม่เท่ากันเป๊ะ ๆ เพราะใช้เครื่องและวิธีวัดต่างกัน ตัวเลขในใบผลจึงมักมีช่วงอ้างอิงพิมพ์กำกับไว้ข้าง ๆ อยู่แล้ว ให้ยึดช่วงบนใบผลของตัวเองเป็นหลัก ตัวเลขในบทความนี้เป็นเกณฑ์ที่ใช้กันทั่วไปเพื่อให้พอเห็นภาพ

ไขมันในเลือด

กลุ่มนี้คนค้นหามากที่สุด โดยเฉพาะคนที่เห็นค่า LDL ของตัวเองแล้วอยากรู้ว่าสูงไปไหม

  • คอเลสเตอรอลรวม (Total cholesterol) ต่ำกว่า 200 ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ · 200 ถึง 239 สูงกว่าเกณฑ์เล็กน้อย · ตั้งแต่ 240 ขึ้นไปถือว่าสูง
  • ไขมันเลว LDL ต่ำกว่า 100 ดี · 100 ถึง 129 เกือบดี · 130 ถึง 159 ค่อนข้างสูง · 160 ถึง 189 สูง · ตั้งแต่ 190 ขึ้นไปสูงมากและมักไม่ได้เกิดจากอาหารอย่างเดียว
  • ไขมันดี HDL ผู้ชายควรตั้งแต่ 40 ขึ้นไป ผู้หญิงตั้งแต่ 50 ขึ้นไป
  • ไตรกลีเซอไรด์ ต่ำกว่า 150 ปกติ · 150 ถึง 199 สูงเล็กน้อย · 200 ถึง 499 สูง · ตั้งแต่ 500 ขึ้นไปเสี่ยงตับอ่อนอักเสบ

ถ้า LDL อยู่แถว ๆ 130 ถึง 140 แปลว่าอะไร เป็นคำถามที่พบบ่อยมาก คำตอบตรงไปตรงมาคือมันสูงกว่าที่ควรจะเป็น แต่ตัวเลขเดียวกันนี้อันตรายไม่เท่ากันในแต่ละคน คนอายุสามสิบที่ไม่มีโรคประจำตัวกับคนอายุหกสิบที่เป็นเบาหวานและความดัน มีค่า LDL เท่ากันที่ 138 เหมือนกัน แต่คนแรกอาจแค่ปรับอาหารแล้วตรวจซ้ำ ส่วนคนหลังอาจต้องเริ่มยาทันที เพราะเป้าของ LDL ขึ้นกับความเสี่ยงโรคหัวใจโดยรวม ไม่ได้มีเลขเดียวที่ใช้กับทุกคน

อีกจุดที่คนมักพลาดคือดู LDL ตัวเดียวไม่พอ โดยเฉพาะคนที่ไตรกลีเซอไรด์สูงหรืออ้วนลงพุง เพราะยังมีไขมันชนิดอื่นที่ทำร้ายหลอดเลือดได้เหมือนกันแต่ LDL ไม่ได้นับ ลองเอาคอเลสเตอรอลรวมลบไขมันดี จะได้ค่าที่เรียกว่าไขมันเลวรวมทุกชนิด ซึ่งควรต่ำกว่า 130

น้ำตาลในเลือด

  • น้ำตาลหลังอดอาหาร (FBS) 70 ถึง 99 ปกติ · 100 ถึง 125 อยู่ในช่วงก่อนเบาหวาน · ตั้งแต่ 126 ขึ้นไปเข้าเกณฑ์เบาหวาน แต่ต้องยืนยันด้วยการตรวจซ้ำ
  • น้ำตาลสะสม (HbA1c) ต่ำกว่า 5.7 ปกติ · 5.7 ถึง 6.4 ก่อนเบาหวาน · ตั้งแต่ 6.5 ขึ้นไปเข้าเกณฑ์เบาหวาน

ค่า HbA1c ดูย้อนหลัง 2 ถึง 3 เดือน จึงหลอกกันไม่ได้ด้วยการอดอาหารหรืองดของหวานก่อนตรวจไม่กี่วัน ถ้าค่าอยู่ในช่วงก่อนเบาหวาน อย่าเพิ่งตกใจ ช่วงนี้เป็นช่วงที่กลับมาปกติได้จริงถ้าลดน้ำหนักลง 5 ถึง 7 เปอร์เซ็นต์และออกกำลังกายสม่ำเสมอ

ค่าไต

  • ครีเอตินิน (Creatinine) ผู้ชายราว 0.7 ถึง 1.2 ผู้หญิงราว 0.5 ถึง 1.0 มก./ดล. คนกล้ามเนื้อเยอะจะสูงกว่าคนตัวเล็กโดยที่ไตไม่ได้ผิดปกติ
  • eGFR คืออัตราการกรองของไตโดยประมาณ ตั้งแต่ 90 ขึ้นไปปกติ · 60 ถึง 89 ลดลงเล็กน้อย · 45 ถึง 59 คือระยะ 3a · 30 ถึง 44 ระยะ 3b · 15 ถึง 29 ระยะ 4 · ต่ำกว่า 15 ระยะ 5
  • โปรตีนในปัสสาวะต่อครีอะตินิน (UPCR) ต่ำกว่า 0.2 ปกติ · ตั้งแต่ 0.3 ขึ้นไปถือว่ามีโปรตีนรั่วผิดปกติ และในหญิงตั้งครรภ์ค่านี้เป็นเกณฑ์หนึ่งของภาวะครรภ์เป็นพิษ · ตั้งแต่ 3.5 ขึ้นไปเข้าข่ายกลุ่มอาการเนโฟรติก

สิ่งสำคัญที่คนมักเข้าใจผิดคือ eGFR ต่ำครั้งเดียวไม่ได้แปลว่าเป็นโรคไตเรื้อรัง การวินิจฉัยต้องพบความผิดปกติต่อเนื่องอย่างน้อยสามเดือน ค่าอาจต่ำชั่วคราวจากภาวะขาดน้ำ ยาบางชนิด หรือเพิ่งออกกำลังกายหนักมา

ค่าตับ

  • AST และ ALT โดยทั่วไปไม่ควรเกินราว 40 หน่วยต่อลิตร แต่ละห้องปฏิบัติการกำหนดขีดบนไม่เท่ากัน
  • ALP และ บิลิรูบิน มักพิมพ์ช่วงอ้างอิงมาให้ในใบผลอยู่แล้ว

ค่าตับสูงเล็กน้อยพบได้บ่อยมากและสาเหตุอันดับหนึ่งในคนไทยตอนนี้คือไขมันพอกตับ ไม่ใช่เหล้าเสมอไป ถ้า ALT สูงกว่า AST ในคนที่น้ำหนักเกิน มักชี้ไปทางนั้น

ความดันโลหิตและรอบเอว

  • ความดันโลหิต ต่ำกว่า 120/80 ถือว่าดี · ตั้งแต่ 140/90 ขึ้นไปเมื่อวัดซ้ำหลายครั้งเข้าเกณฑ์ความดันโลหิตสูง
  • MAP หรือความดันเลือดแดงเฉลี่ย ผู้ใหญ่ทั่วไปอยู่ราว 70 ถึง 100 มม.ปรอท ค่านี้ไม่ได้พิมพ์มาในใบผลตรวจสุขภาพทั่วไป มักเจอในหอผู้ป่วยมากกว่า
  • รอบเอว เกณฑ์สำหรับคนเอเชีย ผู้ชายไม่ควรเกิน 90 เซนติเมตร ผู้หญิงไม่ควรเกิน 80 เซนติเมตร วัดที่ระดับสะดือ หายใจออกตามปกติ ไม่ต้องแขม่วท้อง
  • ดัชนีมวลกาย (BMI) เกณฑ์คนเอเชียเข้มกว่าฝรั่ง 18.5 ถึง 22.9 อยู่ในเกณฑ์ · 23 ถึง 24.9 น้ำหนักเกิน · ตั้งแต่ 25 ขึ้นไปถือว่าอ้วน

รอบเอวเป็นตัวเลขที่ถูกมองข้ามบ่อยที่สุดทั้งที่มีความหมายมาก คนที่ BMI อยู่ในเกณฑ์แต่รอบเอวเกิน มีไขมันสะสมในช่องท้องซึ่งสัมพันธ์กับเบาหวานและโรคหัวใจมากกว่าไขมันใต้ผิวหนัง

ค่าเลือดอื่นที่เจอบ่อย

  • ฮีโมโกลบิน (Hb) ผู้ชายราว 13 ถึง 17 ผู้หญิงราว 12 ถึง 15 กรัมต่อเดซิลิตร ต่ำกว่านี้เข้าข่ายโลหิตจาง
  • กรดยูริก ผู้ชายราว 3.4 ถึง 7.0 ผู้หญิงราว 2.4 ถึง 6.0 มก./ดล. ยูริกสูงโดยไม่มีอาการปวดข้อ ส่วนใหญ่ยังไม่ต้องรีบกินยา

สามข้อที่ควรจำเวลาอ่านใบผลเลือดเอง

  • ค่าที่เกินนิดหน่อยไม่ได้แปลว่าป่วย ช่วงอ้างอิงมาจากค่ากลางของคนส่วนใหญ่ คนปกติจำนวนหนึ่งจึงหลุดออกนอกช่วงได้ตามธรรมชาติ
  • แนวโน้มสำคัญกว่าค่าครั้งเดียว ค่าที่ค่อย ๆ ขยับขึ้นทุกปีแม้ยังไม่เกินเกณฑ์ มีความหมายมากกว่าค่าที่เกินนิดเดียวครั้งเดียวแล้วกลับมาปกติ
  • ตัวเลขต้องอ่านคู่กับตัวคน ค่าเดียวกันในคนอายุต่างกัน มีโรคประจำตัวต่างกัน แปลผลและรักษาต่างกันได้มาก

คำถามที่พบบ่อย

ค่าเกินนิดเดียวต้องกินยาเลยไหม
ส่วนใหญ่ไม่ ยกเว้นค่าที่สูงมากหรือมีความเสี่ยงอื่นร่วมด้วย แพทย์มักให้ปรับพฤติกรรมก่อนแล้วนัดตรวจซ้ำในสามถึงหกเดือน แล้วจึงตัดสินใจอีกครั้ง

อดอาหารมาไม่ครบ ผลใช้ได้ไหม
น้ำตาลหลังอดอาหารกับไตรกลีเซอไรด์จะเพี้ยนชัดเจนถ้าอดไม่ครบ 8 ชั่วโมง ส่วนค่าไต ค่าตับ และ HbA1c ไม่ค่อยได้รับผลกระทบ ถ้าไม่แน่ใจให้แจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนเจาะ

ทำไมค่าปกติในใบผลของฉันไม่ตรงกับที่อ่านมา
เพราะแต่ละห้องปฏิบัติการใช้เครื่องและวิธีวัดต่างกัน จึงกำหนดช่วงอ้างอิงของตัวเอง ให้ยึดช่วงที่พิมพ์อยู่ข้างค่าในใบผลของคุณเป็นหลักเสมอ

ควรตรวจสุขภาพบ่อยแค่ไหน
ผู้ใหญ่ที่ไม่มีโรคประจำตัวปีละครั้งก็เพียงพอ ส่วนคนที่มีเบาหวาน ความดัน หรือไขมันสูงอยู่แล้ว แพทย์มักนัดถี่กว่านั้นตามการควบคุมโรค

บทความนี้เขียนเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคล ตัวเลขในใบผลต้องอ่านร่วมกับอาการ ประวัติ และการตรวจร่างกาย การเริ่มหรือปรับยาควรทำร่วมกับแพทย์ที่ดูแลคุณเสมอ

คำนวณของตัวเองได้ที่นี่

บทความที่เกี่ยวข้อง