ลูกไข้สูง ต้องทำอะไรบ้าง เช็ดตัวยังไงให้ถูก และเมื่อไหร่ต้องรีบไปโรงพยาบาล

กลางดึกลูกตัวร้อน จับหน้าผากแล้วร้อนผ่าว พ่อแม่ส่วนใหญ่ทำสองอย่างพร้อมกันคือหยิบยาลดไข้กับหยิบมือถือขึ้นมาค้นหา คำถามที่ตามมามักเป็นชุดเดิม ไข้เท่าไรถึงเรียกว่าสูง เช็ดตัวด้วยน้ำอะไร ให้ยาซ้ำได้ตอนไหน และอาการแบบไหนที่รอถึงเช้าไม่ได้ บทความนี้ตอบทีละข้อ
ไข้เท่าไรถึงเรียกว่าไข้
อุณหภูมิกายตั้งแต่ 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไปถือว่ามีไข้ และตั้งแต่ 38.5 ขึ้นไปถือว่าไข้สูง การวัดที่แม่นที่สุดในเด็กเล็กคือวัดทางทวารหนัก รองลงมาคือทางหู ส่วนการวัดทางรักแร้จะได้ค่าต่ำกว่าความจริงราวครึ่งองศา
สิ่งที่ต้องเข้าใจก่อนอย่างอื่นคือ ตัวเลขของไข้ไม่ได้บอกความรุนแรงของโรค เด็กที่ไข้ 39 องศาแต่ยังวิ่งเล่น กินได้ ดื่มได้ มักน่าห่วงน้อยกว่าเด็กที่ไข้แค่ 38 แต่ซึม ไม่ยอมกิน ปลุกแล้วไม่ค่อยตื่น ให้ดูที่ตัวเด็ก ไม่ใช่ดูที่ปรอท
ยาลดไข้ ให้เมื่อไหร่และให้เท่าไร
เป้าหมายของยาลดไข้คือทำให้เด็กสบายตัวขึ้น ไม่ใช่กดตัวเลขให้ลงถึง 36.5 ให้ได้ ถ้าเด็กไข้ 38 แต่ยังเล่นได้ กินได้ นอนหลับสบาย ไม่จำเป็นต้องปลุกขึ้นมาป้อนยา
- พาราเซตามอล ให้ได้ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมง ไม่เกิน 5 ครั้งใน 24 ชั่วโมง ใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิดตามคำแนะนำแพทย์
- ไอบูโพรเฟน ให้ได้ทุก 6 ถึง 8 ชั่วโมง เด็กอายุต่ำกว่า 6 เดือนควรปรึกษาแพทย์ก่อน และไม่ควรใช้ในเด็กที่ขาดน้ำ อาเจียนมาก หรือสงสัยไข้เลือดออก
จุดที่คนคำนวณผิดบ่อยที่สุด คือขนาดยาคิดตามน้ำหนักตัว ไม่ใช่ตามอายุ และยาน้ำแต่ละขวดมีความเข้มข้นไม่เท่ากัน ยาพาราเซตามอลที่ขายในไทยมีทั้งชนิดหยด ชนิดน้ำเชื่อมสำหรับเด็กเล็ก และชนิดน้ำเชื่อมสำหรับเด็กโต ซึ่งแรงต่างกันหลายเท่า การจำว่า "ครั้งละ 5 ซีซี" จากขวดเดิมแล้วเอามาใช้กับขวดใหม่เป็นสาเหตุของการได้ยาเกินขนาดที่พบบ่อย ต้องดูฉลากทุกครั้งว่ากี่มิลลิกรัมต่อกี่มิลลิลิตร
ถ้าอยากได้ตัวเลขที่แน่ใจ กรอกน้ำหนักลูกในเครื่องคำนวณยาลดไข้เด็กของเว็บนี้ได้ จะบอกจำนวนซีซีตามความแรงของยาที่ขายจริงในไทย พร้อมเพดานสูงสุดต่อวัน
เช็ดตัวอย่างไรให้ถูกวิธี
การเช็ดตัวช่วยให้สบายตัวขึ้น แต่ช่วยลดไข้ได้ไม่มากเท่ายา และถ้าทำผิดวิธีจะทำให้แย่ลง
- ใช้น้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นเล็กน้อย ห้ามใช้น้ำเย็นหรือน้ำแข็ง เพราะจะทำให้หลอดเลือดหดตัว ระบายความร้อนออกไม่ได้ และทำให้เด็กหนาวสั่นซึ่งยิ่งสร้างความร้อนเพิ่ม
- ห้ามใช้แอลกอฮอล์เช็ดตัวเด็ดขาด ดูดซึมทางผิวหนังได้และเป็นพิษต่อเด็ก
- เช็ดย้อนรูขุมขน เน้นบริเวณซอกคอ รักแร้ ขาหนีบ ซึ่งมีหลอดเลือดใหญ่อยู่ตื้น
- วางผ้าชุบน้ำหมาด ๆ ไว้ตามจุดเหล่านั้นแล้วเปลี่ยนเมื่อผ้าอุ่นขึ้น
- ถ้าเด็กหนาวสั่นให้หยุดเช็ดทันที เพราะการสั่นคือร่างกายพยายามสร้างความร้อน
- ใส่เสื้อผ้าบาง ๆ ไม่ห่มผ้าหนา ห้องอากาศถ่ายเทได้
เรื่องที่สำคัญกว่ายา คือน้ำ
เด็กที่มีไข้สูญเสียน้ำมากกว่าปกติจากการหายใจเร็วและเหงื่อ ประกอบกับมักเบื่ออาหาร ภาวะขาดน้ำเป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กต้องนอนโรงพยาบาลบ่อยกว่าตัวไข้เอง
ให้จิบน้ำบ่อย ๆ ทีละน้อย เด็กที่ยังกินนมแม่ให้กินบ่อยขึ้น สังเกตว่ายังปัสสาวะทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมงหรือไม่ ถ้าปัสสาวะน้อยลงชัดเจน สีเข้ม ปากแห้ง ร้องไห้ไม่มีน้ำตา แสดงว่าเริ่มขาดน้ำแล้ว
อาการที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที ไม่ต้องรอถึงเช้า
- เด็กอายุต่ำกว่า 3 เดือนที่มีไข้ตั้งแต่ 38 องศาขึ้นไป กลุ่มนี้ต้องพบแพทย์ทุกรายไม่มีข้อยกเว้น
- ซึม ปลุกตื่นยาก ไม่สบตา ไม่เล่น แม้ไข้จะลงแล้วก็ตาม
- ชัก หรือเกร็งกระตุก
- หายใจเร็ว หายใจแรงจนซี่โครงบุ๋ม ปีกจมูกบาน หรือมีเสียงหวีด
- ริมฝีปากหรือปลายมือปลายเท้าเขียวคล้ำ
- มีจุดเลือดออกหรือผื่นแดงที่กดแล้วไม่จาง
- อาเจียนมากจนกินอะไรไม่ได้เลย หรือขาดน้ำชัดเจน
- คอแข็ง ปวดหัวรุนแรง กลัวแสง
- ไข้สูงต่อเนื่องเกิน 2 ถึง 3 วันโดยไม่มีทีท่าจะลด หรือไข้ลงแล้วกลับขึ้นใหม่
เรื่องไข้เลือดออกที่พ่อแม่ควรรู้
ในเมืองไทยไข้สูงในเด็กต้องนึกถึงไข้เลือดออกไว้เสมอ โดยเฉพาะช่วงหน้าฝน จุดสำคัญที่ต่างจากไข้ทั่วไปคือ
- ห้ามใช้ไอบูโพรเฟนหรือแอสไพริน เมื่อสงสัยไข้เลือดออก เพราะเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก ให้ใช้พาราเซตามอลเท่านั้น
- ช่วงที่อันตรายที่สุดคือช่วงที่ไข้เริ่มลง ไม่ใช่ช่วงไข้สูง ถ้าไข้ลงแล้วเด็กกลับซึมลง ปวดท้อง อาเจียน มือเท้าเย็น ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที
ชักจากไข้ น่ากลัวแต่ส่วนใหญ่ไม่อันตราย
พบได้ในเด็กอายุ 6 เดือนถึง 5 ปี มักเกิดตอนไข้ขึ้นเร็ว ส่วนใหญ่ชักไม่เกิน 5 นาทีและหายเองโดยไม่ทิ้งความผิดปกติไว้ สิ่งที่ต้องทำระหว่างชักคือ
- จับนอนตะแคง ไม่ต้องกดตัวไว้
- ห้ามเอาอะไรใส่ปาก ไม่ว่าจะช้อน นิ้ว หรือผ้า
- จับเวลาว่าชักนานเท่าไร ข้อมูลนี้แพทย์ต้องใช้
- ถ้าชักนานเกิน 5 นาที ชักซ้ำ หรือชักไม่เท่ากันสองข้าง ให้เรียกรถพยาบาลทันที
ถึงแม้ส่วนใหญ่จะไม่อันตราย แต่เด็กที่ชักจากไข้ครั้งแรกควรได้รับการตรวจโดยแพทย์ทุกราย เพื่อแยกสาเหตุอื่นเช่นการติดเชื้อในระบบประสาท
คำถามที่พบบ่อย
ให้พาราเซตามอลสลับกับไอบูโพรเฟนได้ไหม
ทำได้ในบางกรณีและควรทำตามที่แพทย์แนะนำ แต่ไม่ควรทำเองเป็นกิจวัตร เพราะทำให้สับสนเรื่องเวลาและขนาดยาจนได้ยาเกินง่าย ถ้าจะสลับให้จดเวลาทุกครั้งที่ให้ยา
ไข้ไม่ลงหลังกินยา ให้ยาซ้ำเลยได้ไหม
ไม่ได้ ต้องรอให้ครบระยะห่างของยาแต่ละชนิดก่อนเสมอ ยาลดไข้ไม่ได้ทำให้ไข้หายเป็นปกติ แค่ลดลงมาให้สบายตัวขึ้น ระหว่างรอให้เช็ดตัวและให้น้ำแทน
ไข้สูงทำให้สมองพิการไหม
ไข้จากการติดเชื้อทั่วไปไม่ทำให้สมองเสียหาย ความเสียหายเกิดจากตัวโรค เช่น การติดเชื้อในสมอง ไม่ใช่จากตัวเลขอุณหภูมิ
ต้องรอกี่วันถึงจะพาไปหาหมอ
ไม่มีจำนวนวันตายตัว ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่งในรายการอาการอันตรายข้างบน ให้ไปทันทีไม่ต้องนับวัน ส่วนเด็กที่ยังเล่นได้กินได้ ไข้ 2 ถึง 3 วันแล้วยังไม่ดีขึ้นก็ควรไปตรวจ
บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคล เด็กแต่ละคนมีปัจจัยต่างกัน หากไม่แน่ใจให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร และในเด็กเล็กมากควรพบแพทย์เสมอ