Mเมดดี้Medee

ค่า eGFR กับครีเอตินินในใบผลเลือด อ่านอย่างไร ต่ำแค่ไหนเรียกว่าโรคไต

มือสองข้างประคองภาพไต สื่อถึงการดูแลการทำงานของไต

ในใบตรวจสุขภาพประจำปี มีสองบรรทัดที่เกี่ยวกับไตวางติดกันเสมอ บรรทัดหนึ่งเขียนว่า creatinine ตามด้วยตัวเลขทศนิยม เช่น 1.2 อีกบรรทัดเขียนว่า eGFR ตามด้วยตัวเลขจำนวนเต็ม เช่น 68 คนไข้ส่วนใหญ่มองตัวแรกแล้วผ่าน เพราะไม่รู้ว่าจะเทียบกับอะไร ทั้งที่ตัวที่สองต่างหากที่บอกเรื่องราวได้ครบกว่า

ครีเอตินินคืออะไร และทำไมมันเดียว ๆ ไม่พอ

ครีเอตินินคือของเสียที่เกิดจากการสลายตัวของกล้ามเนื้อตามปกติ ร่างกายผลิตมันออกมาสม่ำเสมอทุกวัน แล้วให้ไตกรองทิ้งออกทางปัสสาวะ ถ้าไตกรองได้น้อยลง ครีเอตินินจะคั่งในเลือดมากขึ้น ค่าที่วัดได้จึงสูงขึ้น

ปัญหาคือปริมาณครีเอตินินที่ผลิตขึ้นในแต่ละวันขึ้นกับมวลกล้ามเนื้อของคนคนนั้น ชายหนุ่มร่างใหญ่ที่เข้ายิมประจำ ผลิตครีเอตินินมากกว่าหญิงสูงอายุตัวเล็กหลายเท่า ครีเอตินิน 1.2 ในชายหนุ่มคนนั้นอาจแปลว่าไตยังดีเยี่ยม ขณะที่ 1.2 ในหญิงอายุ 75 ปีอาจแปลว่าไตเสียไปแล้วเกือบครึ่ง ตัวเลขเดียวกันแต่ความหมายคนละเรื่อง

ค่า eGFR จึงเกิดขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานี้ ตัวย่อนี้มาจาก estimated glomerular filtration rate หรืออัตราการกรองของไตโดยประมาณ มันคือการเอาครีเอตินินมาเข้าสูตรร่วมกับอายุและเพศ เพื่อชดเชยเรื่องมวลกล้ามเนื้อ แล้วแปลงออกมาเป็นตัวเลขที่เทียบกันได้ระหว่างคน

หน่วยของ eGFR คือมิลลิลิตรต่อนาทีต่อพื้นที่ผิวกาย 1.73 ตารางเมตร ตีความง่าย ๆ ว่าไตกรองเลือดได้กี่มิลลิลิตรในหนึ่งนาที คนหนุ่มสาวสุขภาพดีอยู่ราว 100 ขึ้นไป

สูตรที่ใช้ในเว็บนี้ และเรื่องเชื้อชาติที่ถูกตัดออก

เครื่องมือของเราใช้สูตร CKD-EPI ปี 2021 ซึ่งเป็นสูตรที่แนวทางสากลปัจจุบันแนะนำ จุดเปลี่ยนสำคัญของฉบับ 2021 คือตัดตัวแปรเชื้อชาติออก

สูตรรุ่นเก่ามีการคูณค่าเพิ่มให้คนผิวดำ ซึ่งเดิมอ้างเหตุผลเรื่องมวลกล้ามเนื้อเฉลี่ย แต่ต่อมามีข้อสรุปว่าเชื้อชาติเป็นแนวคิดทางสังคม ไม่ใช่ตัวแปรทางชีววิทยาที่ควรอยู่ในสูตรการแพทย์ และการคูณเพิ่มนั้นทำให้ผู้ป่วยผิวดำจำนวนหนึ่งถูกประเมินว่าไตดีเกินจริงจนเข้าถึงการรักษาช้า ฉบับ 2021 จึงใช้แค่ครีเอตินิน อายุ และเพศ ซึ่งใช้ได้กับทุกคนรวมทั้งคนไทย

ระยะของโรคไตเรื้อรังตามค่า eGFR

ระยะeGFRความหมาย
G190 ขึ้นไปการกรองปกติ
G260 ถึง 89ลดลงเล็กน้อย
G3a45 ถึง 59ลดลงเล็กน้อยถึงปานกลาง
G3b30 ถึง 44ลดลงปานกลางถึงมาก
G415 ถึง 29ลดลงมาก
G5ต่ำกว่า 15ไตวายระยะสุดท้าย

มีสองเรื่องที่คนอ่านตารางนี้มักเข้าใจผิด

เรื่องแรก ระยะ G1 และ G2 ไม่ได้แปลว่าเป็นโรคไตโดยอัตโนมัติ คนที่ eGFR 75 แต่ไม่มีโปรตีนรั่วในปัสสาวะ ไม่มีความผิดปกติของโครงสร้างไต และไม่มีอะไรอย่างอื่น ถือว่ายังไม่เข้าเกณฑ์โรคไตเรื้อรัง การจะเรียกว่าเป็นโรคไตเรื้อรังในระยะ G1 หรือ G2 ต้องมีหลักฐานความเสียหายอย่างอื่นร่วมด้วย ซึ่งที่พบบ่อยที่สุดคือโปรตีนอัลบูมินรั่วออกมาในปัสสาวะ

เรื่องที่สอง คำว่า "เรื้อรัง" มีความหมายตามตัวอักษร คือความผิดปกตินั้นต้องอยู่นานเกิน 3 เดือน ค่าที่ผิดปกติจากการตรวจครั้งเดียวยังไม่พอที่จะวินิจฉัย

ค่าตกครั้งเดียว ไม่ได้แปลว่าไตพัง

eGFR ตกชั่วคราวได้จากหลายเรื่องที่แก้ไขได้ ที่พบบ่อยในเวชปฏิบัติคือ

  • ขาดน้ำ ท้องเสีย อาเจียน อากาศร้อนจัดแล้วดื่มน้ำน้อย หรือทำงานกลางแดดนาน ทำให้เลือดไปเลี้ยงไตลดลงชั่วคราว
  • ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เช่น ไอบูโพรเฟน ไดโคลฟีแนค ที่ซื้อกินเองเวลาปวดหลังปวดเข่า กลุ่มนี้ทำร้ายไตได้จริงและเป็นสาเหตุที่ป้องกันได้บ่อยที่สุด
  • กินเนื้อสัตว์ปริมาณมากก่อนเจาะเลือด โดยเฉพาะเนื้อต้มตุ๋น ทำให้ครีเอตินินขึ้นชั่วคราว
  • อาหารเสริมเพิ่มกล้ามเนื้อที่มีครีเอทีน ซึ่งจะกลายเป็นครีเอตินินโดยตรง
  • ยาบางชนิดที่ไปกั้นการขับครีเอตินินที่ท่อไต เช่น trimethoprim หรือ cimetidine กลุ่มนี้ทำให้ตัวเลขครีเอตินินสูงขึ้นโดยที่ไตยังกรองได้เท่าเดิม

ดังนั้นเมื่อเห็นค่าตกครั้งแรก สิ่งที่ควรทำไม่ใช่ตกใจ แต่คือหยุดยาแก้ปวดที่ซื้อกินเอง ดื่มน้ำให้พอ แล้วตรวจซ้ำในอีก 1 ถึง 3 เดือนตามที่แพทย์นัด

ตรวจปัสสาวะสำคัญพอ ๆ กับตรวจเลือด

การตรวจที่จับโรคไตได้เร็วที่สุดไม่ใช่ eGFR แต่คืออัตราส่วนอัลบูมินต่อครีเอตินินในปัสสาวะ (urine albumin-to-creatinine ratio หรือ UACR) เพราะโปรตีนเริ่มรั่วตั้งแต่ตอนที่การกรองยังดูปกติดี

ค่าน้อยกว่า 30 มก./ก. ถือว่าปกติ, 30 ถึง 300 คือมีอัลบูมินรั่วระดับปานกลาง และมากกว่า 300 คือรั่วมาก คนที่เป็นเบาหวานหรือความดันสูงควรได้รับการตรวจนี้อย่างน้อยปีละครั้ง แต่ในทางปฏิบัติมีคนจำนวนมากที่ไม่เคยถูกส่งตรวจ ถ้าคุณอยู่ในสองกลุ่มนี้ ลองถามหมอดูว่าเคยตรวจ UACR หรือยัง

ถ้าค่าออกมาต่ำ ควรทำอะไรต่อ

สำหรับคนที่ eGFR อยู่ในช่วง 45 ถึง 89 และยังไม่มีอาการ สิ่งที่ทำได้ทันทีมีไม่กี่อย่าง แต่ทุกอย่างมีผลจริง

  • คุมความดันโลหิตและน้ำตาลให้ได้ตามเป้าที่แพทย์ตั้งไว้ เพราะสองโรคนี้คือสาเหตุอันดับหนึ่งและสองของโรคไตเรื้อรังในคนไทย
  • เลิกซื้อยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs กินเอง ถ้าปวดเรื้อรังให้ปรึกษาแพทย์เพื่อหาทางเลือกอื่น
  • ลดเค็ม เป้าหมายคือโซเดียมไม่เกินประมาณ 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน ตัวการหลักในครัวไทยคือน้ำปลา ซีอิ๊ว ผงปรุงรส และน้ำซุปก๋วยเตี๋ยว
  • ระวังยาสมุนไพรและอาหารเสริมที่ไม่ทราบส่วนประกอบ เพราะบางชนิดมีพิษต่อไตโดยตรง
  • ไม่จำกัดโปรตีนอย่างสุดโต่งด้วยตัวเอง การกินโปรตีนน้อยเกินไปทำให้กล้ามเนื้อสลายและสุขภาพแย่ลง ปริมาณที่เหมาะสมต้องให้แพทย์หรือนักโภชนาการกำหนดตามระยะของโรค

สรุป

  • ครีเอตินินตัวเดียวบอกอะไรไม่ได้ ต้องอ่านคู่กับ eGFR ที่ปรับตามอายุและเพศแล้ว
  • eGFR ต่ำกว่า 60 ที่อยู่นานเกิน 3 เดือน คือเกณฑ์ของโรคไตเรื้อรัง ตรวจครั้งเดียวยังสรุปไม่ได้
  • ค่าตกชั่วคราวเกิดได้จากขาดน้ำ ยาแก้ปวด อาหารเสริม หรือมื้อเนื้อก่อนเจาะเลือด
  • ตรวจอัลบูมินในปัสสาวะควบคู่เสมอ โดยเฉพาะคนเป็นเบาหวานหรือความดันสูง
  • คุมความดัน คุมน้ำตาล เลี่ยง NSAIDs ลดเค็ม คือสี่อย่างที่ช่วยไตได้มากที่สุด

เครื่องคำนวณและบทความนี้ใช้เพื่อทำความเข้าใจผลเลือดของตัวเอง ไม่ใช่การวินิจฉัย การแปลผลที่ถูกต้องต้องอาศัยประวัติ การตรวจร่างกาย และผลตรวจอื่นประกอบกัน

อ้างอิง

  • Inker LA, Eneanya ND, Coresh J, et al. New Creatinine- and Cystatin C-Based Equations to Estimate GFR without Race. N Engl J Med. 2021;385(19):1737-1749.
  • Kidney Disease: Improving Global Outcomes (KDIGO) CKD Work Group. KDIGO 2024 Clinical Practice Guideline for the Evaluation and Management of Chronic Kidney Disease. Kidney Int. 2024;105(4S):S117-S314.
  • Delgado C, Baweja M, Crews DC, et al. A Unifying Approach for GFR Estimation: Recommendations of the NKF-ASN Task Force on Reassessing the Inclusion of Race in Diagnosing Kidney Disease. Am J Kidney Dis. 2022;79(2):268-288.
  • สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย. คำแนะนำสำหรับการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังก่อนการบำบัดทดแทนไต.

คำนวณของตัวเองได้ที่นี่

บทความที่เกี่ยวข้อง