Mเมดดี้Medee

เป็นไวรัสตับอักเสบ กินอะไรได้ กินอะไรควรเลี่ยง

คำถามแรกที่คนไข้ถามหลังรู้ผลเลือดว่าเป็นไวรัสตับอักเสบบีคือ "แล้วต้องงดอะไรบ้างคะหมอ" คำตอบที่หลายคนไม่ค่อยเชื่อเวลาผมพูดคือ กินได้เกือบทุกอย่างเหมือนคนทั่วไป ไม่มีรายการอาหารต้องห้ามยาวเป็นหน้ากระดาษอย่างที่กลัวกัน ที่ต้องเลี่ยงจริงมีอยู่ไม่กี่อย่าง คือเหล้าทุกชนิด ของดิบโดยเฉพาะหอยดิบ และของขึ้นราอย่างถั่วลิสงกับพริกแห้งที่เก็บไม่ดี ส่วนอาหารบำรุงตับที่ขายกันนั้น ไม่มีตัวไหนบำรุงตับได้จริง

"อาหารบำรุงตับ" ที่ขายกันอยู่ ตับไม่ได้ต้องการ

ห้องตรวจของผมเห็นถุงหิ้วมาแล้วทุกแบบ น้ำลูกยอ ถั่งเช่า เห็ดหลินจือชนิดชง สาหร่ายเกลียวทอง มะรุมแคปซูล น้ำมันสกัดเย็น คอลลาเจนผสมสารสกัดจากพืชสารพัดชื่อ ราคาตั้งแต่กระปุกละแปดร้อยไปจนถึงสองพันกว่าบาท คนไข้บางรายจ่ายเดือนละสามสี่พัน ทั้งที่ยาต้านไวรัสตัวจริงที่หยุดโรคได้นั้นเบิกได้ฟรีอยู่แล้วทุกสิทธิ

ตับไม่ได้ทำงานแบบเครื่องยนต์ที่เติมน้ำมันเครื่องดี ๆ แล้วจะฟื้น สิ่งที่ทำให้ตับเสียหายในคนเป็นไวรัสตับอักเสบคือตัวไวรัสที่ยังแบ่งตัวอยู่ ซึ่งหยุดได้ด้วยยาต้านไวรัสเท่านั้น ไม่ใช่ด้วยสิ่งที่กลืนตามลงไป และเมื่อกลืนอะไรลงไป ตับคือด่านที่ต้องย่อยสลายของนั้นเสมอ อาหารเสริมจึงเพิ่มงานให้ตับ ไม่ได้ลด

เรื่องล้างพิษตับด้วยน้ำมันมะกอกผสมน้ำมะนาวที่ทำกันแล้วถ่ายออกมาเป็นก้อนเขียว ๆ ผมอธิบายให้คนไข้ฟังเสมอว่าก้อนนั้นไม่ใช่นิ่วและไม่ใช่พิษ มันคือน้ำมันที่ทำปฏิกิริยากับน้ำดีในลำไส้จนจับตัวเป็นก้อนคล้ายสบู่ เอามาผ่าดูจะไม่พบส่วนประกอบของนิ่วเลยสักอย่าง ที่น่าห่วงกว่าคือคนที่ทำดีท็อกซ์แบบอดอาหารหลายวันแล้วเพลียจนต้องมานอนโรงพยาบาล

เหล้ากับเบียร์ ตรงนี้ไม่มีทางผ่อนปรน

ผมพยายามยืดหยุ่นกับคนไข้เกือบทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องนี้ ไวรัสตับอักเสบบีหรือซีบวกกับเหล้า ไม่ได้ทำร้ายตับแบบหนึ่งบวกหนึ่งเป็นสอง แต่เร่งการเกิดพังผืดจนคนที่น่าจะมีเวลาอีกยี่สิบปีเหลือไม่ถึงสิบ คำที่ได้ยินบ่อยคือ "ดื่มแค่วันเสาร์เอง" กับ "เบียร์ไม่แรง คงไม่เป็นไร" ตับไม่ได้แยกว่าแอลกอฮอล์มาจากเหล้าขาว เบียร์ กระแช่ หรือเหล้าปั่นใส่โซดา มันดูแค่ปริมาณรวมที่ต้องจัดการ

ยาดองเหล้าเป็นอีกกับดักที่บ้านเราเจอบ่อย เพราะคนคิดว่าเป็นยาสมุนไพรไม่ใช่เหล้า ทั้งที่ตัวทำละลายในโหลคือเหล้าขาวเต็ม ๆ และบางสูตรยังมีสมุนไพรที่ไม่รู้ที่มาอยู่ด้วย เท่ากับได้ทั้งแอลกอฮอล์และของแปลกปลอมพร้อมกัน

ถั่วลิสงกับพริกแห้ง เรื่องที่คนไทยมองข้ามที่สุด

ถ้าให้เลือกเตือนได้เรื่องเดียวในบทความนี้ ผมเลือกเรื่องอะฟลาทอกซิน มันคือสารพิษจากเชื้อราที่ขึ้นในถั่วลิสง ข้าวโพด พริกแห้ง กระเทียม หอมแดง กุ้งแห้ง ปลาแห้ง และเครื่องปรุงตากแห้งที่เก็บในที่ชื้น สารตัวนี้จัดเป็นสารก่อมะเร็งกลุ่มที่หนึ่ง ซึ่งหมายถึงมีหลักฐานในคนชัดเจน และเป้าหมายหลักของมันคือตับ

เหตุผลที่คนเป็นไวรัสตับอักเสบบีต้องสนใจเป็นพิเศษ เพราะความเสี่ยงของสองอย่างนี้ไม่ได้บวกกันแต่คูณกัน คนที่เป็นพาหะไวรัสบีและได้รับอะฟลาทอกซินสม่ำเสมอ มีโอกาสเกิดมะเร็งตับสูงกว่าคนที่มีปัจจัยเสี่ยงอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียวหลายเท่าตัว ข้อมูลนี้มาจากการติดตามประชากรในเอเชียและแอฟริกาที่ทำกันมาหลายสิบปี

ในชีวิตประจำวันของคนไทย จุดเสี่ยงที่สุดไม่ใช่ถั่วลิสงในซองปิดผนึกจากห้าง แต่คือกระปุกถั่วป่นกับพริกป่นที่ตั้งอยู่บนโต๊ะร้านก๋วยเตี๋ยว เปิดฝาเข้าออกทั้งวัน อยู่ในอากาศร้อนชื้นมาเป็นสัปดาห์ ถั่วป่นที่โรยส้มตำ พริกป่นในน้ำตกและลาบ ถั่วลิสงคั่วห่อใบตองจากตลาดนัดที่ไม่รู้คั่วมากี่วัน สิ่งที่ผมบอกคนไข้คือกินได้ แต่ไม่ต้องตักถั่วป่นพูนช้อนทุกชามทุกวัน และถ้าเคี้ยวถั่วเม็ดไหนแล้วรู้สึกขมหรือมีกลิ่นอับ ให้คายทิ้งทันที ความขมนั้นคือสัญญาณ

เรื่องที่คนเข้าใจผิดคือคิดว่าคั่วให้ร้อนจัดหรือทอดแล้วสารพิษจะสลาย ความจริงคืออะฟลาทอกซินทนความร้อนได้ดีมาก อุณหภูมิระดับที่ใช้ปรุงอาหารในครัวไม่ทำลายมัน การล้างน้ำหรือคัดเม็ดที่ขึ้นราออกช่วยได้บางส่วนเท่านั้น เพราะสารพิษกระจายอยู่ในเนื้อถั่วที่ดูปกติได้ด้วย

วิธีที่ทำได้จริงที่บ้านคือซื้อครั้งละน้อย ๆ ให้กินหมดเร็ว เก็บถั่วป่นพริกป่นในกล่องปิดสนิทแล้วแช่ตู้เย็นแทนที่จะวางไว้ข้างเตาที่ร้อนและชื้น เลี่ยงถั่วบดหรือพริกป่นที่ตักแบ่งขายจากถังใหญ่ซึ่งไม่รู้ว่าค้างมานานแค่ไหน และถ้าเห็นราสีเขียวอมเหลืองบนถั่วหรือข้าวโพด ให้ทิ้งทั้งถุง อย่าเสียดายเลือกเฉพาะเม็ดดี ประเทศไทยมีประกาศกระทรวงสาธารณสุขคุมอะฟลาทอกซินรวมในอาหารไว้ไม่เกิน 20 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัม แต่ของขายปลีกตามตลาดนัดย่อมไม่มีใครไปสุ่มตรวจได้ทุกเจ้า

ของดิบ หอยดิบ และปลาร้าดิบ

หอยนางรมสดบีบมะนาว หอยแครงลวกแบบยังแดง ๆ กลาง เป็นของโปรดของหลายคน สำหรับคนตับปกติความเสี่ยงคือท้องเสีย แต่สำหรับคนที่ตับแข็งแล้ว มีเชื้อแบคทีเรียชื่อ Vibrio vulnificus อยู่ในหอยและน้ำทะเล ซึ่งลุกลามเข้ากระแสเลือดในคนตับแข็งได้เร็วมาก มีไข้หนาวสั่นตอนเย็น ตุ่มพองสีคล้ำที่ขาตอนดึก และเสียชีวิตได้ถึงราวครึ่งหนึ่งของผู้ที่ติดเชื้อในกระแสเลือด คนไข้ตับแข็งจึงห้ามกินอาหารทะเลดิบเด็ดขาด และต้องระวังแผลที่โดนน้ำทะเลหรือถูกเปลือกหอยบาดด้วย แผลแบบนั้นบวมแดงลามเร็วเมื่อไหร่ ให้มาโรงพยาบาลคืนนั้นเลย ไม่ต้องรอเช้า

ก้อยปลาดิบ ปลาส้มที่ยังไม่สุก และปลาร้าดิบ เป็นทางเข้าของพยาธิใบไม้ตับที่นำไปสู่มะเร็งท่อน้ำดีในระยะยาว คนที่ตับมีปัญหาอยู่แล้วไม่ควรเพิ่มภาระตรงนี้เข้าไปอีก ปลาร้าที่ต้มจนเดือดก่อนใส่ครกยังพอไปได้ ส่วนหลู้ ลาบเลือดดิบ และเนื้อวัวดิบ ผมแนะนำให้เลี่ยง

อีกเรื่องคือน้ำและอาหารที่ไม่สะอาด ซึ่งเป็นทางติดไวรัสตับอักเสบเอและอี คนที่เป็นบีหรือซีอยู่แล้ว ถ้าติดเอหรืออีซ้อนเข้าไปอีกตัว ตับที่บอบช้ำอยู่แล้วอาจรับไม่ไหวจนกลายเป็นตับวายเฉียบพลัน คนกลุ่มนี้จึงควรฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบเอไว้ด้วย เป็นวัคซีน 2 เข็มห่างกัน 6 เดือน ปรึกษาหมอที่ดูแลได้ว่าจำเป็นในรายของเราหรือไม่ และคนในบ้านที่ยังไม่มีภูมิต่อไวรัสบีก็ควรไปฉีดวัคซีนบีให้ครบด้วย

โปรตีน อย่าไปงดตามที่เขาบอกกันมา

ความเชื่อเก่าที่ยังตกค้างมาถึงทุกวันนี้คือเป็นโรคตับต้องกินโปรตีนน้อย ๆ ญาติบางบ้านถึงกับงดไข่งดเนื้อให้คนไข้ ผลคือคนไข้ผอมลง กล้ามเนื้อลีบ และแย่ลงเร็วกว่าเดิม ความจริงตรงกันข้าม คนที่มีโรคตับเรื้อรังโดยเฉพาะตับแข็ง ต้องการโปรตีนมากกว่าคนทั่วไป ราว 1.2 ถึง 1.5 กรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัมต่อวัน คนหนัก 60 กิโลจึงต้องได้ราว 75-90 กรัมต่อวัน เพราะร่างกายสลายกล้ามเนื้อไปใช้เป็นพลังงานได้ง่ายกว่าคนทั่วไปมาก

ไข่ต้ม ปลานิล ปลาทู เต้าหู้ นมจืด อกไก่ กินได้ตามปกติและควรมีให้ครบทุกมื้อ อีกเทคนิคที่มีหลักฐานรองรับในคนตับแข็งคือกินของว่างก่อนนอน เช่น นมกล่อง 250 มิลลิลิตรกับขนมปังสักแผ่น เพื่อไม่ให้ช่วงกลางคืนอดอาหารยาวเกินไปจนร่างกายไปสลายกล้ามเนื้อมาใช้ ข้อยกเว้นมีเฉพาะคนที่เคยมีอาการซึมสับสนจากตับ ซึ่งหมอจะปรับชนิดและปริมาณโปรตีนให้เป็นราย ๆ ไป ไม่ใช่ให้งดเอง

เกลือ เรื่องนี้เฉพาะคนที่ตับแข็งแล้ว

คนเป็นไวรัสตับอักเสบเฉย ๆ ที่ตับยังไม่แข็ง ไม่ต้องจำกัดเกลือเป็นพิเศษ กินเค็มพอประมาณแบบคนทั่วไปได้ แต่เมื่อไหร่ที่เริ่มมีตับแข็งและมีน้ำในท้องหรือขาบวม เกลือกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดตัวหนึ่ง เพราะโซเดียมดึงน้ำให้ค้างในตัว ยาขับปัสสาวะที่หมอให้จะเอาไม่อยู่ถ้ายังกินเค็มเท่าเดิม เป้าหมายคือโซเดียมไม่เกินราว 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน เทียบง่าย ๆ คือเกลือรวมทั้งวันไม่เกินหนึ่งช้อนชา

ตัวที่ทำให้เกินโดยไม่รู้ตัวในครัวไทยแทบไม่ใช่เกลือในหม้อ แต่เป็นน้ำปลากับซีอิ๊วที่เหยาะเพิ่มบนโต๊ะหลังชิม ซึ่งช้อนชาเดียวก็ปาไปสี่ห้าร้อยมิลลิกรัมแล้ว บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปซองเดียวมีโซเดียมราว 1,300 ถึง 1,700 มิลลิกรัม เกือบเต็มโควตาทั้งวัน ที่เหลือคือของหมักดองประจำบ้าน ปลาร้า กะปิ ปลาเค็ม ไข่เค็ม หมูยอ ไส้กรอก รวมถึงผงชูรสและผงปรุงรสสำเร็จรูปที่มีโซเดียมแม้จะไม่รู้สึกเค็มจัด และขนมกรุบกรอบซองกับถั่วอบเกลือที่กินเพลินหน้าทีวี

วิธีที่คนไข้ผมทำแล้วเวิร์กที่สุดคือเอาขวดน้ำปลาออกจากโต๊ะกินข้าวไปเลย แล้วชดเชยรสด้วยมะนาว พริกสด ตะไคร้ ใบมะกรูด และกระเทียม รสจัดขึ้นได้โดยไม่ต้องเพิ่มเค็ม

น้ำตาลกับไขมันพอกตับ ปัญหาที่มาซ้อนอยู่เงียบ ๆ

คนไข้ไวรัสตับอักเสบบีจำนวนไม่น้อยที่ผมดูแล มีไขมันพอกตับซ้อนอยู่ด้วย เท่ากับทำร้ายตับสองทางพร้อมกันและทำให้พังผืดเดินหน้าเร็วขึ้น ต้นเหตุมักไม่ใช่ข้าวมันไก่มื้อเดียว แต่เป็นของหวานที่ดื่มเข้าไปทุกวันโดยไม่นับ น้ำอัดลมกระป๋อง 325 มิลลิลิตรมีน้ำตาลราวแปดถึงเก้าช้อนชา ชานมไข่มุกแก้วใหญ่เกินสิบช้อนชาไปได้สบาย กาแฟเย็นสามในหนึ่งที่ชงเช้าเย็นวันละสองซองก็สะสมได้พอกัน

อาหารเช้าแบบข้าวเหนียวหมูปิ้งสองไม้ตามด้วยกาแฟหวาน กินสัปดาห์ละครั้งไม่ได้ทำให้ใครตับพัง แต่ถ้ากินแบบนั้นทุกเช้าเจ็ดวันต่อสัปดาห์มาสิบปี บวกกับรอบเอวที่เพิ่มขึ้น ตับจะบอกเราเองผ่านค่าเลือดและอัลตราซาวด์ การลดน้ำหนักลง 5 ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ช่วยลดไขมันในตับได้จริง คนหนัก 80 กิโลก็คือลดให้ได้ 4 ถึง 8 กิโล และเป็นสิ่งเดียวในหน้านี้ที่ทำได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องซื้ออะไรเลย

กาแฟ

ข่าวดีสำหรับคนติดกาแฟ การศึกษาแบบติดตามประชากรหลายชิ้นพบว่าคนที่ดื่มกาแฟวันละสองถึงสามแก้วมีพังผืดในตับน้อยกว่าและเกิดมะเร็งตับน้อยกว่า ผมย้ำว่าเป็นการศึกษาแบบสังเกต ไม่ใช่การทดลอง จึงยังบอกไม่ได้ว่ากาแฟเป็นตัวช่วยจริงหรือแค่เดินมาด้วยกัน ถ้าดื่มอยู่แล้วก็ดื่มต่อได้สบายใจ ขอแค่อย่าใส่น้ำตาลกับครีมเทียมจนกลายเป็นของหวาน

แล้วสรุปวันหนึ่งควรกินอะไร

ถ้าจะให้เห็นภาพ วันธรรมดาของคนเป็นไวรัสตับอักเสบที่ผมอยากเห็นคือ เช้ากินข้าวต้มปลากับไข่ต้มหนึ่งฟอง กลางวันข้าวสวยกับแกงจืดเต้าหู้หมูสับและผัดผักไม่มัน เย็นปลานึ่งหรือปลาทูกับผักลวกน้ำพริกที่ไม่ใส่ปลาร้าดิบ ระหว่างวันดื่มน้ำเปล่า ผลไม้ตามฤดูกาลกินได้ทุกอย่างรวมถึงทุเรียนหมอนทอง เพียงแต่ทุเรียนให้พลังงานสูงมาก คนที่มีไขมันพอกตับหรือเป็นเบาหวานร่วมด้วยควรจำกัดสักสองพูแล้วหยุด ไม่ใช่กินทั้งลูกหน้าทีวี

เรื่องยาและอาหารเสริมที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ผมแยกเขียนไว้อีกบทหนึ่งชื่อ "เป็นไวรัสตับอักเสบ กินยาอะไรได้ ยาอะไรที่ต้องระวัง" ในหมวดโรคตับเว็บนี้ โดยเฉพาะเรื่องพาราเซตามอลที่คนเข้าใจผิดกันทั้งสองทาง

เมื่อไหร่ต้องมาพบแพทย์ ไม่ต้องรอวันนัด

  • ตัวเหลืองตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้มขึ้นชัดเจน
  • ท้องโตขึ้นเร็วภายในไม่กี่สัปดาห์ กางเกงเริ่มคับ ขาบวมกดบุ๋ม
  • น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจเกิน 5 กิโลใน 2 ถึง 3 เดือน
  • กินอาหารทะเลดิบแล้วมีไข้สูง หนาวสั่น หรือมีแผลแดงบวมลามเร็วที่ขา โดยเฉพาะคนที่ตับแข็งแล้ว ต้องมาทันทีในคืนนั้น
  • อาเจียนเป็นเลือดหรือถ่ายดำเหนียวเหมือนยางมะตอย
  • ญาติสังเกตว่าซึมลง สับสน นอนกลางวันมากผิดปกติ มือสั่นแบบกระพือเวลายกขึ้น
  • เผลอกินอาหารเสริมหรือยาสมุนไพรใหม่แล้วเพลียผิดปกติ ให้หยุดแล้วเอากระปุกมาให้ดูด้วย

อ้างอิง

  • European Association for the Study of the Liver. EASL Clinical Practice Guidelines on nutrition in chronic liver disease. Journal of Hepatology, 2019.
  • International Agency for Research on Cancer. IARC Monographs on the Evaluation of Carcinogenic Risks to Humans, Volume 100F: Chemical Agents and Related Occupations (Aflatoxins), 2012.
  • World Health Organization. Aflatoxins (Food Safety Digest, REF. No.: WHO/NHM/FOS/RAM/18.1), 2018.
  • ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 414 พ.ศ. 2563 เรื่อง มาตรฐานอาหารที่มีสารปนเปื้อน
  • World Health Organization. Guidelines for the prevention, diagnosis, care and treatment for people with chronic hepatitis B infection, 2024.
  • Terrault NA, et al. AASLD Guidance on Prevention, Diagnosis, and Treatment of Chronic Hepatitis B. Hepatology, 2018.