สมุนไพรไทยกับยาที่กินอยู่ ตีกันไหม ก่อนกินคู่กันควรรู้อะไร

คุณลุงคนหนึ่งกินยาละลายลิ่มเลือดวาร์ฟารินประจำ วันหนึ่งมาด้วยค่าเลือดที่บอกว่าเลือดแข็งตัวช้าผิดปกติกว่าเดิมมาก พอซักถามจึงรู้ว่าช่วงนี้เขากินแคปซูลสมุนไพรบำรุงที่ญาติซื้อมาฝากทุกวัน นี่เป็นตัวอย่างที่เจอได้จริงในห้องตรวจ และสะท้อนความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดเรื่องสมุนไพร คือคำว่าธรรมชาติไม่ได้แปลว่าไม่มีฤทธิ์หรือปลอดภัยเสมอ สมุนไพรหลายชนิดมีสารออกฤทธิ์จริง และบางตัวไปเสริมหรือหักล้างกับยาแผนปัจจุบันที่กินอยู่ได้
ทำไมสมุนไพรถึงตีกับยาได้
สมุนไพรก็คือสารเคมีจากธรรมชาติที่มีฤทธิ์ทางยา เมื่อกินร่วมกับยาแผนปัจจุบัน อาจเกิดได้สองแบบ แบบแรกคือเสริมฤทธิ์กันจนแรงเกินไป เช่น สมุนไพรที่ทำให้เลือดออกง่ายกินคู่กับยาละลายลิ่มเลือด แบบที่สองคือรบกวนการทำงานของตับที่ทำหน้าที่กำจัดยา ทำให้ระดับยาในเลือดสูงขึ้นหรือต่ำลงกว่าที่ควร
กลุ่มยาที่ต้องระวังเป็นพิเศษเมื่อจะกินสมุนไพรร่วม
- ยาละลายลิ่มเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด เช่น วาร์ฟาริน หรือยากลุ่มแอสไพริน สมุนไพรบางชนิดที่มีรายงานว่าอาจทำให้เลือดออกง่ายขึ้นเมื่อใช้ร่วม ได้แก่ กระเทียมขนาดสูง แปะก๊วย ขมิ้นชัน และขิงในปริมาณมาก คนที่กินวาร์ฟารินควรระวังเป็นพิเศษ เพราะยานี้ปรับระดับยาก
- ยาเบาหวาน สมุนไพรที่มีฤทธิ์ลดน้ำตาลกินร่วมกับยาเบาหวาน อาจทำให้น้ำตาลต่ำเกินไป
- ยาลดความดัน อาจเสริมกันจนความดันต่ำ เวียนหัว หน้ามืด
- ยาที่ต้องคุมระดับในเลือดใกล้ชิด เช่น ยากันชัก ยากดภูมิ ยาโรคหัวใจบางชนิด เพราะสมุนไพรที่รบกวนตับอาจทำให้ระดับยาเปลี่ยน
สมุนไพรไทยที่คนใช้บ่อย กับข้อควรระวัง
ฟ้าทะลายโจร เป็นสมุนไพรที่คนไทยใช้มากโดยเฉพาะช่วงเป็นหวัดเจ็บคอ ข้อควรระวังที่ควรรู้คือ อาจมีผลต่อการแข็งตัวของเลือดและความดัน จึงควรระวังในคนที่กินยาละลายลิ่มเลือดหรือยาลดความดัน มีรายงานเรื่องผลต่อตับในบางราย และไม่ควรใช้ในหญิงตั้งครรภ์
ขมิ้นชัน ใช้กันมากเรื่องระบบทางเดินอาหาร โดยทั่วไปค่อนข้างปลอดภัยในขนาดอาหาร แต่ขนาดสกัดเข้มข้นอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกเมื่อใช้ร่วมกับยาต้านการแข็งตัวของเลือด และควรระวังในคนที่มีปัญหาการอุดตันของทางเดินน้ำดี
กระเทียมและขิงขนาดสูง มีฤทธิ์ต้านเกล็ดเลือดอ่อน ๆ ในขนาดปรุงอาหารไม่น่ากังวล แต่ในรูปอาหารเสริมขนาดสูงควรระวังเมื่อใช้ร่วมกับยาละลายลิ่มเลือด
ยาสมุนไพรหรืออาหารเสริมที่โฆษณาว่าลดน้ำตาลหรือลดความดัน ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะบางผลิตภัณฑ์เคยตรวจพบว่าลักลอบผสมยาแผนปัจจุบัน ทำให้ได้ยาซ้ำซ้อนโดยไม่รู้ตัว
ข้อควรจำ ถ้าจะผ่าตัดหรือทำหัตถการ ควรแจ้งแพทย์เรื่องสมุนไพรและอาหารเสริมที่กินอยู่ และมักต้องหยุดล่วงหน้าก่อนผ่าตัด เพราะบางชนิดทำให้เลือดออกมากขึ้น
สัญญาณที่ต้องหยุดและรีบพบแพทย์
- มีจ้ำเลือด เลือดออกตามไรฟัน ปัสสาวะหรืออุจจาระมีเลือด โดยเฉพาะคนที่กินยาละลายลิ่มเลือด
- ตัวเหลืองตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลียมาก ซึ่งอาจบ่งชี้ตับอักเสบ
- ใจสั่น หน้ามืด หรือน้ำตาลต่ำ เช่น ใจสั่น เหงื่อแตก มือสั่น หิวมากผิดปกติ
ใช้สมุนไพรอย่างปลอดภัย
- บอกหมอและเภสัชกรทุกครั้งว่ากินสมุนไพรหรืออาหารเสริมอะไรอยู่ เหมือนที่บอกเรื่องยา หลายคนไม่บอกเพราะคิดว่าเป็นแค่ของธรรมชาติ
- อย่าหยุดยาที่แพทย์สั่งเองเพื่อไปใช้สมุนไพรแทน โดยเฉพาะยาโรคเรื้อรังอย่างเบาหวาน ความดัน หัวใจ
- เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีเลขทะเบียนชัดเจน หลีกเลี่ยงของที่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริงว่าหายทุกโรค
- ระวังเป็นพิเศษถ้ามีโรคตับ โรคไต กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร และในเด็กเล็กและผู้สูงอายุ
สมุนไพรไทยมีคุณค่าและใช้ได้ ถ้าใช้อย่างเข้าใจ กุญแจสำคัญคืออย่ามองว่าของธรรมชาติไม่มีวันเป็นโทษ และให้ทีมแพทย์รู้ว่าคุณกินอะไรอยู่บ้าง เพื่อช่วยกันดูว่ามันจะไปตีกับยาที่จำเป็นหรือไม่ ข้อมูลนี้เป็นความรู้เพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือสั่งการรักษาแทนแพทย์
แหล่งอ้างอิง
- Izzo AA, Ernst E. Interactions between herbal medicines and prescribed drugs: an updated systematic review. Drugs. 2009;69(13):1777-1798.
- Awortwe C, Bruckmueller H, Cascorbi I. Interaction of herbal products with prescribed medications: A systematic review and meta-analysis. Pharmacol Res. 2019;141:397-408.
- กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข. ข้อมูลความปลอดภัยและข้อควรระวังการใช้สมุนไพร.